Uncategorized 

ลาปอร์เต้ บอก เดสชองส์ ไม่เรียกติดทัพตราไก่ไม่ใช่เหตุผลเรื่องฟุตบอล

ลาปอร์เต้


ณ เวลานี้ อายเมริค ลาปอร์เต้ถือเป็นขุมกำลังหลักในแผงหลังของแมนฯ ซิตี้ คู่กับจอห์น สโตนส์ ในฤดูกาลนี้ และเจ้าตัวก็ทำผลงานได้ดี ด้วยการช่วยให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เสียไปเพียง 9 ประตู
จาก 16 เกมลีกในฤดูกาลนี้ทว่าลาปอร์เต้กลับยังไม่เคยได้ลงเล่นให้กับทีมชาติฝรั่งเศสเลยแม้แต่เกมเดียว แม้จะเคยลงเล่นให้กับทีมชาติฝรั่งเศสชุดเยาวชนมาแล้ว และเคยถูกเรียกติดทีมชาติชุดใหญ่มาแล้วด้วย
เพียงแต่ยังไม่ได้ลงสนามให้ทัพเลส เบลอส์

ล่าสุด เมื่อมีผู้สื่อข่าวมาถามเรื่องการติดทีมชาติอีกครั้ง ปราการหลังวัย 24 ปี ก็ตอบว่า “คำถามนี้มีคำตอบอยู่ข้อเดียว การที่โค้ชไม่เรียกผมนั้น ผมก็ต้องรอต่อไป และต้องทำงานต่อไป”
“แน่นอน ผมไม่คิดว่ามันเป็นเหตุผลด้านกีฬาหรอก คุณต้องไปถามเขาเอง”
“ผมไม่คิดว่าผมมีปัญหาส่วนตัวกับเขานะ แต่ถ้าใครสักคนจะมีปัญหา ก็คงเป็นเขา ไม่ใช่ผม”
“ผมสามารถเป็นแชมป์โลกได้ แต่นี่ก็เป็นการตัดสินใจของโค้ช ซึ่งไม่เรียกผมไปเพื่อสิ่งนั้น ผมคิดว่ามันเป็นเหตุผลส่วนตัวนะ แต่ผมต้องเคารพการตัดสินใจเขา”

“ผมคงไม่โทรไปถามเขาหรอกว่าทำไม หรือคุณจะให้ผมโวยเขาล่ะ ไม่มีทางหรอก ผมจะทำงานที่สโมสรต่อไป เล่นให้อยู่ในระดับสูงที่สุด เพื่อถูกเรียกติดทีมชาติ และคนที่จะแก้ปัญหาในเรื่องนี้ให้ผมได้ก็คือโค้ช”
กองหลังจากเรือใบสีฟ้า ทิ้งท้ายลาปอร์เต้ลงสนามให้กับแมนฯ ซิตี้ ไปแล้ว 22 เกมทุกรายการ และเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ทีมผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายของแชมเปี้ยนส์ ลีก รวมถึงการรั้งรองจ่าฝูงของพรีเมียร์ลีก ณ ตอนนี้

โดยการร่วมทีมของอายเมริค ลาปอร์เต้ นั้น เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทุ่มฉีกสัญญาคว้าตัวแนวรับบิลเบามาเสริมทัพ ด้วยค่าตัวเป็นสถิติใหม่ของสโมสร มาเสริมทัพด้วยสัญญาจนถึงปี 2023
เรือใบสีฟ้าตัดสินใจจ่ายค่าฉีกสัญญาของแนวรับวัย 23 กะรัตมูลค่า 65 ล้านยูโร หรือราว 57 ล้านปอนด์ เพื่อกระชากตัวมาเติมความแข็งแกร่งในแนวรับ ซึ่งส่งผลให้เขากลายเป็นผู้เล่นที่มีค่าตัวสูงสุด
ในประวัติศาสตร์สโมสรด้วย ทำลายสถิติของ เควิน เดอ บรอยน์ ที่ย้ายมาจากโวล์ฟสบวร์ก ในราคา 55 ล้านปอนด์ เมื่อปี 2015

อย่างไรก็ตาม ลาปอร์เต้ นั้นถือเป็นเซ็นเตอร์แบ็คที่เนื้อหอมมาก ๆ คนหนึ่งมานานหลายปีแล้ว ด้วยความที่โชว์ผลงานโดดเด่นจนถูกยกย่องจากสื่อในสเปน ว่าเป็นอนาคตแข้งระดับโลกตั้งแต่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
หลาย ๆ สโมสรใหญ่จึงคอยตามจีบเจ้าตัวมานานหลายปี แต่ไม่มีใครเปลี่ยนใจเขาได้เลยแม้แต่คนเดียวจนกระทั่งล่าสุด ไม่รู้ว่า เป๊ป กวาร์ดิโอลา ได้คาถาดีมาจากไหน สามารถเกลี้ยกล่อมนักเตะที่มีจิตใจหนักแน่น
รักสโมสรของตัวเองอย่างสุดใจ ให้ยอมย้ายมาอยู่ด้วยได้สำเร็จ

Related posts

Leave a Comment